กระผมนายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวจังหวัดสงขลาทุกท่าน ที่ได้ให้ความกรุณาสนับสนุนกระผมและไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ กระผมได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนด้วยความสำนึกของความเป็นผู้แทนราษฎรด้วยดีตลอดมา การสนับสนุนของท่านทั้งหลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเสมือนหนึ่งพันธสัญญาที่กระผมได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน



วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ วันที่ 23-24 สิงหาคม 2554

ส.ส.นิพนธ์ บุญญามณี อภิปรายนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษกิจและการบริหารงานใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทีมปชป.เยี่ยมชาว​บ้าน3จังหวัดภาคเหนือประสบน้ำท่​วม


"อภิสิทธิ์"นำทีมปชป.เยี่ยมชาว​บ้าน3จังหวัดภาคเหนือประสบน้ำท่​วม 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ อาทิ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองเลขาธิการพรรค นายธนิตพล ไชยนันท์ กรรมการบริหารพรรค นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคและอดีต รมว....อุตสาหกรรม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม นายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก ได้ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร และนครสวรรค์ เพื่อพบปะประชาชนที่ประสบอุทกภั​ย พร้อมนำสิ่งของที่บรรจุ อาทิ ข้าวสาร นำปลา และบะหมี่สำเร็จรูป ไปแจกจ่ายตามจุดต่างๆที่ไปเยี่ย​ม 


  ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างที่พบปะป​ระชาชนว่า พวกตนมีความเป็นห่วงประชาชนทุกค​น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ม​ีความประสงค์ไม่อยากเห็นใครเดือ​ดร้อนและการมาเยี่ยมในครั้งนี้ม​ีความเป็นห่วงอยู่ 3 ข้อ คือเรื่องการให้ความช่วยเหลือขอ​งรัฐบาลต่อประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงรอยต่อระหว่​างรัฐบาลเก่าและใหม่ ซึ่งยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน อาทิ 1.เรื่องการช่วยเหลือเงินชดเชยบ​้านที่เสียหายหลังละ 5 พันบาท 


2.เรื่องการชดเชยค่าเสียหายให้ก​ับเกษตรกรที่พื้นที่ทางการเกษตร​เสียหายไร่ละ 2,098 บาท จากเดิมที่ตนได้เข้ามาบริหารประ​เทศ ได้เพียงไร่ละ 600 บาท และเรื่องที่ 3.การดูแลประกันรายได้เกษตรกรที​่ได้รับความเสียหายจากพืชผลทางก​ารเกษตรการที่รัฐบาลเดิมมีโครงก​ารประกันรายได้แต่รัฐบาลใหม่มีโ​ครงการรับจำนำ










วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี เปิดบ้านพบกับ "ลาวาเพลิง" บุรีรัมย์ เอฟซี ณ สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา


เกมส์ในศึกฟุตบอล ดิวิชั่น 1 ในสัปดาห์ที่ ผ่านมาคู่ที่ได้รับความสนใจจากแฟนฟุตบอลมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นคู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง "วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี เปิดบ้านพบกับ "ลาวาเพลิง" บุรีรัมย์ เอฟซี ณ สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา ที่แฟนฟุตบอลชาวจังหวัดสงขลาต่างรอคอยการกลับมาเล่นในบ้านอีกครั้งของทีม "วัวชนแดนใต้" หลังเกมสุดท้ายที่ได้เล่นในบ้านสำหรับเกมลีก ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 54 ที่ทีมสงขลา เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ สมุทรปราการ ศุลกากร 5-1 และก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น 1 วัน บัตรเข้าชมเกมนัดนี้ถูกจำหน่ายออกไปแล้วกว่า 30,500 ใบ และอีก 2,500 ใบ ถูกจำหน่ายหมดลงก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ถึง 4 ชั่วโมง
          ซึ่งในวันทำแข่งขัน แฟนฟุตบอลจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นชาวจังหวัดสงขลา หรือจังหวัดใกล้เคียง ต่างเดินทางมาสนามกันตั้งแต่ก่อนเที่ยงวันเลยทีเดียว จนกระทั่งเวลา 14.00 น. แฟนฟุตบอลนับหมื่นคนต่างก็เข้ามารอบริเวณรอบๆ สนามเพื่อเข้าชมเกมฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์เกมดังกล่าว

ปรากฎการณ์สนามแตก ณ สนามติณฯ ยอดคนดูเกิน 33,000 คน ตั๋วรวมของที่ระลึก 3.5 ล้านบาท


ณ ในขณะนี้ต้องบอกว่ากระแสฟุตบอลของจังหวัดสงขลา กำลังบูมอย่างสุดขีด ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนก็จะเห็นแต่คนใส่เสื้อทีมสงขลา เอฟซี ต้องบอกว่าในช่วงนี้คงไม่มีผู้บริหารสโมสรไหนในประเทศไทยที่จะมีความสุขมากไปกว่าสงขลา เอฟซี เป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็น นิพนธ์ บุญญามณี ปธ.สโมสร, นวพล บุญญามณี ผอ.สโมสร, "เสียหนึ่ง" ธัชนนท์ คชชาสุวรรณ ผู้จัดการทีม รวมไปถึง โค้ชโย่ง วราวุธ ศรีมะฆะ ที่ผลงานของทีมกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดี เพราะยังอยู่ในการลุ้นพื้นที่ชิ้นไทยพรีเมียร์ลีก จากผลงานที่เปิดบ้านเสมอกับทีมจ่าฝูงอย่างบุรีรัมย์ เอฟซี 1-1 ร่วมไปถึงจำนวนแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ เกมการ จบในเกมล่าสุดที่จำนวนแฟนบอล นั้นทะลุเกิน 33,000 คน ที่เป็นสถิติใหม่ประเทศไทยของเกมการแข่งขันฟุตบอลลีก พร้อมกับการทำลายสถิติสโมสรจากการเก็บรายได้เข้าสโมสรในเกมแมตช์เดียว จากบัตรผ่านประตูและขายของที่ระลึก เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,466,000
          นิพนธ์ บุญญามณี ประธานสโมสรสงขลา เอฟซี กล่าวว่า "เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายสำหรับจำนวนแฟนบอลที่เข้ามาชมการแข่งขันกันจนล้นสนาม โดยก่อนเกมการแข่งขันก็จะมีแฟนฟุตบอลเข้ามาซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันทุกๆ วัน วันละประมาณ 2-3 พันใบ ตอนแรกเราผลิตมาเพียง 3 หมื่นใบ แต่ว่าไม่พอต่อความต้องการของแฟนบอลทำให้เราต้องผลิตเพิ่มอีก 3 พันใบ ซึ่งก็ยังไม่พอต่อความต้องการ แต่เราก็ไม่สามารถผลิตได้มากกว่านี้แล้ว ต้องขอโทษแฟนบอลที่ไม่ได้บัตรเข้าชมการแข่งขันด้วย"
          หลังจากนี้คงต้องคอยติดตามกระแสความบ้าคลั่งต่อเกมกีฬาลูกหนังของชาวจังหวัดสงขลา ที่มีต่อทีมสงขลา เอฟซี ที่นับวันจะมีจำนวนแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเกมต่อไปที่สงขลา เอฟซี จะได้ไปเล่นในบ้าน คาดว่าแฟนบอลก็น่าจะอยู่ที่หลัก 3 หมื่น คนอย่างแน่นอน เพราะว่าเป็นการพบกับทีมในกลุ่มลุ้นพื้นที่ขึ้นไทยลีกด้วยกัน อย่าง ชัยนาท เอฟซี ที่คววามสนุกเร้าใจของเกมคงไม่แพ้เกมนัดสนามแตกนี้แน่  และคาดว่าบัตรเข้าชมการแข่งขันคงเป็นที่ต้องการของบรรดาแฟนบอลชาวสงขลา และจังหวัดใกล้เคียงอย่างแน่นอน และมีสิทธิ์จะเกิดเหตุการณ์สนามแตกขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้ และหากสโมสรสงขลา เอฟซี ขอยืมสนามราชมังคลาฯ มาตั้งที่จังหวัดสงขลาได้ ก็คงยกมาตั้งไว้นานแล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนบอลชาวจังหวัดสงขลา ที่กำลังอยู่ในช่วง "บูม" แบบสุดขีด

สยามกีฬา ฉบับวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สงขลาสนามแตกแห่ดูดวลบุรีรัมย์

บอร์ดสงขลาชี้เจอบุรีรัมย์สนามแตก
          ด้านความเคลื่อนไหวของทีม "วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี หลังจากที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลได้จับจองตั๋วล่วงหน้าในเกมที่จะเปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ "นักรบลาวาเพลิง" บุรีรัมย์ เอฟซี ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ โดยทางด้านของ ส.ส.นิพนธ์ บุญญามณี ประธานสโมสรสงขลา เอฟซี ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่า เกมดังกล่าวจะมีแฟนบอลเดินทางมาชมกันจนเต็มสนามติณสูลานนท์ จ.สงขล ที่จุแฟนบอลได้เกือบ 3 หมื่นคน และมีโอกาสที่จะทำลายสถิติของแฟนบอลได้อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้กระแสฟุตบอลในจังหวัดสงขลานั้นกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าบัตรเข้าชมการแข่งขันนั้นจะหมดก่อนวันที่จะทำการแข่งขันเสียด้วย
          วัวชนจัดหนักซิวแข้งกิมจิอีกราย
          หลังจากที่"วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี ทีมอันดับ 4 ในศึกดิวิชั่น 1 ได้มีการเสิรมทัพในช่วงปิดเลกที่ผ่านมา หลายราย โดยมีแข้งจากเกาหลีใต้เข้ามาร่วมทีม 2 รายก่อนหน้านี้ ทั้ง ลี กวาง ซุบ และ คิม ซอง เมียว ซึ่งทั้งสองได้ลงซ้อมกับทีมเป็นที่เรียบร้อยและก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนทำให้ทีมสงขลาเกิดติดใจแข้งจากแดนกิมจิ และล่าสุดทีมก็ได้เสริมนักเตะจากเกาหลีใต้เข้ามาร่วมทีมอีกหนึ่งราย ได้แก่ ซาง ซึง วอน ที่ย้ายมาจากทีมอินทรีเพื่อนตำรวจ โดยแข้งรายดังกล่าวได้เซ็นสัญญากับทีมเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่มีการเปิดมีค่าเหนื่อยแต่อย่างใด

.....................................
  สยามกีฬา ฉบับวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554